COVID-19 Vaccinated
แบบคำขอใช้สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล

เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลที่ประสงค์จะจัดการข้อมูลของตนเอง สามารถส่งคำขอดำเนินการ ณ ที่ทำการของบริษัท คิงส์เมน ซี.เอ็ม.ที.ไอ จำกัด(มหาชน)

เลขที่ 9/19 หมู่ที่ 7 ถนนลำลูกกา เลียบคลอง 6 ตำบลบึงคำพร้อย อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี 12150

อีเมล: konkanok@kingsmen-cmti.com

ดาวน์โหลดแบบคำขอ

การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Privacy Notice)

1. บททั่วไป

     บริษัท คิงส์เมน ซี.เอ็ม.ที.ไอ. จำกัด (มหาชน) (“บริษัท”) ได้จัดทำประกาศเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Privacy Notice) ของบริษัทฯ (“ประกาศ”) ฉบับนี้ขึ้นเพื่ออธิบายให้ท่านทราบถึงวิธีการที่บริษัทฯ ปฏิบัติต่อข้อมูลที่สามารถระบุตัวตนของท่านหรืออาจจะระบุตัวตนของท่านได้ ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม ตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (“ข้อมูลส่วนบุคคล”) เกี่ยวกับวิธีการเก็บรวบรวม การใช้ การเปิดเผย หรือ การดำเนินใดๆกับข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไม่ว่าด้วยวิธีการเก็บอัตโนมัติ ประเภทของบุคคล ประเภทของข้อมูล วัตถุประสงค์ในการดำเนินการ รวมถึงรายละเอียดเกี่ยวกับระยะเวลาในการเก็บรักษาข้อมูล การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลให้แก่บุคคลภายนอก สิทธิของท่าน การรักษาความลับและความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลของท่านและวิธีการที่ท่านสามารถติดต่อบริษัท

     ทั้งนี้ บริษัทฯ ขอแนะนำให้ท่านอ่านและทำความเข้าใจข้อกำหนดต่างๆ ภายใต้ประกาศฯ โดยมีรายละเอียดดังนี้:

2. บุคคลที่บริษัทฯ ทำการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล

     2.1. ข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทฯ เก็บรวมรวบภายใต้ “ประกาศ” ฉบับนี้ เป็นข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลในประเภทดังต่อไปนี้:

ประเภท รายละเอียด
(ก) ลูกค้า หรือ ผู้ว่าจ้าง บุคคลที่ซื้อสินค้า และหรือ ว่าจ้างหรือใช้บริการจากบริษัทฯ และหรืออาจจะซื้อสินค้าหรือใช้บริการจากบริษัทฯ หรือบุคคลอื่นใดที่มีลักษณะคล้ายคลึงกัน อาทิ ผู้ที่ติดต่อเพื่อขอรับข้อมูลหรือขอรับบริการจากบริษัทฯ เป็นต้น และให้หมายความรวมถึง บุคคลที่เกี่ยวข้องหรือเป็นตัวแทนของลูกค้าหรือผู้ว่าจ้างซึ่งเป็นนิติบุคคลและผู้ที่ข้อมูลส่วนบุคคลปรากฎในเอกสารต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง
(ข) คู่ค้า หรือ ผู้รับเหมาช่วง บุคคลที่เข้าเสนอราคาเพื่อขายสินค้า และหรือ รับจ้างหรือให้บริการแก่บริษัทฯ หรือมีความสัมพันธ์อื่นใดที่มีลักษณะคล้ายคลึงกัน อาทิ ผู้ให้บริการ ที่ปรึกษา คู่สัญญา เป็นต้น และให้หมายความรวมถึงบุคคลธรรมดาที่เกี่ยวข้องหรือเป็นตัวแทนของคู่ค้าหรือผู้รับเหมาช่วงซึ่งเป็นนิติบุคคล และผู้ที่ข้อมูลส่วนบุคคลปรากฏในเอกสารต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง
(ค) ผู้ถือหุ้น หรือ ผู้ถือหลักทรัพย์ บุคคลซึ่งมีฐานะเป็นผู้ถือหุ้น หรือผู้ถือหลักทรัพย์ของบริษัทฯ อาทิ ผู้ถือหุ้นกู้ หรือผู้ถือหลักทรัพย์ประเภทอื่น เป็นต้น
(ง) บุคคลทั่วไป บุคคลอื่นใดนอกเหนือจากบุคคลในข้อ (1) ถึง (3) ที่บริษัทฯ ได้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล ทั้งในกรณีที่บริษัทฯ ได้รับข้อมูลส่วนบุคคลโดยตรง หรือเก็บรวบรวมโดยอัตโนมัติจากเทคโนโลยีอื่น ๆ หรือได้รับมาจากบุคคลภายนอก เช่น ผู้ที่ถูกบันทึกภาพโดยกล้องวงจรปิด (CCTV) หรือ ผู้ที่เข้าเว็บไซต์ของบริษัทฯ เป็นต้น

3. ข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทฯ เก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผย

     ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่ถูกเก็บรวบรวมและประมวลผลภายใต้ “ประกาศ” ฉบับนี้ ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลส่วนบุคคลที่ท่านได้ให้กับบริษัทฯ โดยตรง หรือ ข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทฯ เก็บรวบรวมจากท่านโดยอัตโนมัติ หรือ ข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทฯ ได้รับมาจากบุคคลภายนอก ได้แก่

  • 3.1. ข้อมูลส่วนตัว เช่น ชื่อ-นามสกุล, วัน/เดือน/ปีเกิด, อายุ, เพศ, น้ำหนัก, ส่วนสูง เลขประจำตัวประชาชนหรือหมายเลขหนังสือเดินทางและใบอนุญาตทำงาน, รูปถ่าย, ลายมือชื่อ, เป็นต้น
  • 3.2. ข้อมูลที่มีความอ่อนไหว เช่น สัญชาติ, เชื้อชาติ, ศาสนา เป็นต้น
  • 3.3. ข้อมูลการติดต่อ เช่น ที่อยู่ตามบัตรประจำตัวประชาชน หรือ สำเนาทะเบียนบ้าน, สถานที่จัดส่งสินค้า,สถานที่จัดส่งใบแจ้งหนี้, หมายเลขโทรศัพท์, โทรสาร, อีเมล(E-mail), ไอดีผู้ใช้งานสำหรับแอพพลิเคชั่น (Lind ID), เฟซบุ๊ก (Facebook) เป็นต้น
  • 3.4. ข้อมูลเกี่ยวกับธุรกิจ เช่น รายละเอียดเกี่ยวกับบริษัท โรงงาน สาขาของลูกค้าหรือผู้ว่าจ้าง หรือ คู่ค้าหรือผู้รับเหมาช่วง (เช่น ชื่อ, เลขทะเบียน, สถานที่ตั้ง และข้อมูลการติดต่อ เป็นต้น) ข้อมูลส่วนบุคคลที่ปรากฏในสำเนาทะเบียนพาณิชย์ สำเนาเอกสารสิทธิ แผนที่ และเงื่อนไขการค้า เป็นต้น
  • 3.5. ข้อมูลธุรกรรมเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้าง เช่น เลขที่สัญญา, รหัสใบสั่งซื้อ/สั่งจ้าง รายละเอียดการสั่งซื้อสั่งจ้าง (เช่น สินค้าที่ต้องการ, จำนวน และคุณภาพ) รายละเอียดการร้องเรียน, เลขที่ใบรับสินค้า, รายละเอียดการส่งงาน เป็นต้น
  • 3.6. ข้อมูลเกี่ยวกับการชำระเงิน เช่น จำนวนเงิน, เงื่อนไขการชำระเงิน, เลขที่บัญชี ข้อมูลส่วนบุคคลที่ปรากฏในใบแจ้งหนี้ ใบกำกับภาษี, เช็คและต้นขั้วเช็ค, ใบสำคัญการจ่าย, ใบเสร็จรับเงิน เป็นต้น
  • 3.7. ข้อที่ใช้ประกอบเป็นหลักฐานใน เช่น ข้อมูลส่วนบุคคลที่ปรากฏในบัตรประจำตัวประชาชน, สำเนาหนังสือเดินทาง เป็นต้น
  • 3.8. การทำธุรกรรมหรือนิติกรรมต่าง เช่น สำเนาทะเบียนบ้าน, สำเนาใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน, เอกสารรับรองบุคคลที่ไม่เกี่ยวโยงกัน, หนังสือมอบอำนาจ, สำเนาทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ภ.พ.20 เอกสารหลักประกัน (เช่น หนังสือค้ำประกันโดยธนาคาร (Bank Guarantee), เช็คค้ำประกัน ) สัญญาซื้อขายหรือสัญญาอื่นใดที่เกี่ยวข้องกับธุรกรรม, ใบส่งสินค้า, สำเนาใบอนุญาตให้เป็นทนายความหรือสำเนาใบอนุญาตประกอบวิชาชีพหรือธุรกิจต่างๆ เป็นต้น
  • 3.9. ข้อมูลด้านเทคนิค เช่น ข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์(Log), หมายเลขประจำเครื่องคอมพิวเตอร์ (IP Address) และข้อมูลที่บริษัทฯ ได้รวบรวมผ่านทางเทคโนโลยี เป็นต้น
  • 3.10. ข้อมูลอื่นๆ เช่น พฤติกรรมหรือแนวโน้มในการซื้อสินค้าและหรือบริการ, การบันทึกเสียงการสนทนา, บันทึกทางไลน์, การบันทึกทาง Messenger แอพพลิเคชั่น และหรือการบันทึกผ่านทางโซเชียลมีเดียต่างๆ และการบันทึกภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหวผ่านทางกล้องวงจรปิด (CCTV) เป็นต้น

4. แหล่งที่มาของข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน

     บริษัทฯ จะเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่านผ่านทางช่องทางต่างๆ ดังนี้

  • 4.1.
    ข้อมูลส่วนบุคคลที่ท่านได้ให้ไว้แก่บริษัทฯ โดยตรง

    โดยทั่วไปแล้ว บริษัทฯ จะทำการรวมรวมข้อมูลส่วนบุคคลจากท่านโดยตรง ซึ่งมักจะเกิดขึ้นจากการที่ท่านได้ทำการติดต่อสื่อสารกับบริษัทฯ เพื่อสอบถามข้อมูล ให้ความเห็น คำติชม หรือ ส่งข้อร้องเรียน ผ่านทางเว็บไซต์, แอพพลิเคชั่น, โทรศัพท์, อีเมล หรือเพื่อสั่งซื้อสินค้าหรือว่าจ้างหรือใช้บริการจากบริษัทฯ และเข้าทำสัญญากับบริษัทฯ, การเสนอขายสินค้าหรือรับจ้างหรือให้บริการแก่บริษัทฯ และเข้าทำสัญญา, การเข้าร่วมกิจกรรมทางการตลาดหรือกิจกรรมอื่นๆ เป็นต้น

  • 4.2.
    ข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทฯ เก็บรวบรวมจากท่านโดยอัตโนมัติ

    บริษัทฯ อาจเก็บรวมรวมข้อมูลทางเทคนิคบางอย่างเกี่ยวกับอุปกรณ์ กิจกรรมและรูปแบบการเข้าชม ข้อมูลประวัติการใช้งานเว็บไซต์(Browsing) ของท่านโดยอัตโนมัติ

  • 4.3.
    ข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทฯ ได้รับจากบุคคลภายนอก

    บริษัทฯ อาจได้รับข้อมูลส่วนบุคคลของท่านมาจากบุคคลภายนอกเป็นครั้งคราว อาทิ จากแหล่งข้อมูลสาธารณะ แหล่งข้อมูลเกี่ยวกับธุรกิจของท่าน หรือ แหล่งข้อมูลทางการค้า ไม่ว่าท่านจะเป็นผู้ข้อมูลส่วนบุคคลด้วยตนเองหรือได้ให้ความยินยอมแก่ผู้ใดในการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านดังกล่าว, ผู้ให้บริการต่างๆ ของบริษัทฯ, หน่วยงานของรัฐ

5. วัตถุประสงค์และฐานทางกฎหมายในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล

  • 5.1.บริษัทฯ ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน เพื่อวัตถุประสงค์ต่าง ๆ ภายใต้ฐานทางกฎหมาย ดังต่อไปนี้ (รวมกันเรียกว่า "วัตถุประสงค์ที่กำหนด”)
    • 5.1.1.วัตถุประสงค์เกี่ยวกับการจำหน่ายสินค้า และหรือ การรับจ้างหรือการให้บริการแก่ลูกค้าหรือผู้ว่าจ้าง ตลอดจนการดำเนินการอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง
      วัตถุประสงค์ที่กำหนด ฐานทางกฎหมายในการประมวลผล
      (ก) เพื่อการดำเนินการเข้าทำสัญญาซื้อขายสินค้าและการรับจ้าง หรือให้บริการ การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าหรือผู้ว่าจ้างเป็นการจำเป็นเพื่อการเข้าทำสัญญา และกระบวนการอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเข้าทำสัญญา

      ในกรณีที่ลูกค้าหรือผู้ว่าจ้างเป็นนิติบุคคล การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ที่เกี่ยวข้องกับลูกค้าหรือผู้ว่าจ้างเป็นการจำเป็นเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายในการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ เช่น การบริหารจัดการสัญญา การตรวจสอบยืนยันตัวตนของลูกค้าหรือ ผู้ว่าจ้าง และการพิจารณาคุณสมบัติลูกค้าหรือผู้ว่าจ้าง เป็นต้น
      (ข) เพื่อการบริหารจัดการ คำสั่งซื้อหรือคำสั่งจ้างจากลูกค้าหรือผู้ว่าจ้าง จัดเตรียมบริการ(รับจ้างเหมา) และดำเนินการอื่นใดที่เกี่ยวข้อง การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าหรือผู้ว่าจ้างเป็นการจำเป็นเพื่อการปฏิบัติหน้าที่ตามสัญญารับจ้าง(รับจ้างเหมา) ซึ่งลูกค้าหรือ ผู้ว่าจ้างเป็นคู่สัญญา เช่น การจัดเตรียมจัดส่งสินค้า การเตรียมการดำเนินงาน การวางบิล การยืนยันยอดหนี้ค้างชำระ และการจัดส่งใบเสร็จรับเงินให้แก่ลูกค้าหรือผู้ว่าจ้าง เป็นต้น
      (ค) เพื่อการดำเนินการแก้ไขเปลี่ยนแปลงรายละเอียดเกี่ยวกับลูกค้าและการรับเรื่องร้องเรียน การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าหรือผู้ว่าจ้างเป็นการจำเป็นเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของบริษัทฯ ในการอำนวยความสะดวกแก่ลูกค้าหรือผู้ว่าจ้างในการแก้ไขเปลี่ยนแปลงรายละเอียดเกี่ยวกับลูกค้าหรือผู้ว่าจ้าง ให้มีความถูกต้อง เป็นปัจจุบัน สมบูรณ์ และไม่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิด และเพื่อเป็นการพัฒนาคุณภาพการให้บริการของบริษัทฯ สำหรับในกรณีการรับเรื่องร้องเรียนหรือข้อเสนอแนะจากลูกค้าหรือผู้ว่าจ้าง
    • 5.1.2.วัตถุประสงค์เกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้างกับคู่ค้าหรือผู้รับเหมาช่วง การใช้บริการของผู้ให้บริการ และการดำเนินการอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง
      วัตถุประสงค์ที่กำหนด ฐานทางกฎหมายในการประมวลผล
      (ก) เพื่อการจัดซื้อจัดจ้าง และการคัดเลือกคู่ค้าหรือผู้รับเหมาช่วง หรือบุคคลอื่นใดที่มีลักษณะคล้ายคลึงกัน การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลเป็นการจำเป็นเพื่อใช้ในการดำเนินการตามคำขอเข้าเสนอราคาของคู่ค้าหรือผู้รับเหมาช่วงที่เสนอราคา หรือบุคคลอื่นใดที่มีลักษณะคล้ายคลึงกัน ก่อนเข้าทำสัญญาซื้อขาย สัญญาให้บริการ หรือสัญญาอื่นใดที่เกี่ยวข้องกับการจัดซื้อจัดจ้างของบริษัทฯ

      การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลเป็นการจำเป็นเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายในการดำเนินธุรกิจและดำเนินการตามนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างของบริษัทฯ
      (ข) เพื่อการลงทะเบียนคู่ค้าหรือผู้รับเหมาช่วง รายใหม่ หรือบุคคลอื่นใดที่มีลักษณะคล้ายคลึงกัน การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลเป็นการจำเป็นเพื่อใช้ในการดำเนินการตามคำขอของผู้ที่คาดว่าจะเป็นคู่ค้าหรือผู้รับเหมาช่วง หรือบุคคลอื่นใดที่มีลักษณะคล้ายคลึงกัน เพื่อดำเนินการลงทะเบียนเป็น คู่ค้ารายใหม่ ตลอดจนการดำเนินการอื่นใดที่เกี่ยวข้อง

      ในกรณีที่คู่ค้าหรือผู้รับเหมาช่วงเป็นนิติบุคคล การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ที่เกี่ยวข้องกับคู่ค้าเป็นการจำเป็นเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายในการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ
      (ค) เพื่อการจัดทำและการบริหารจัดการสัญญาระหว่างบริษัทฯ กับคู่สัญญาใดๆ การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของคู่สัญญาเป็นการจำเป็นเพื่อใช้ในการดำเนินการตามคำขอของคู่สัญญาดังกล่าว ที่ได้แสดงเจตนาเข้าทำสัญญากับบริษัทฯ

      การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของคู่สัญญา (หรือของบุคคลที่เกี่ยวข้องหรือตัวแทนของคู่สัญญา ในกรณีที่คู่สัญญาเป็นนิติบุคคล) เป็นการจำเป็นเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย ในการจัดทำและการบริหารจัดการสัญญาของบริษัทฯ
      (ง) เพื่อการปฏิบัติหน้าที่ตามสัญญา ซึ่งเข้าทำกับคู่ค้า หรือบุคคลอื่นใดที่มีลักษณะคล้ายคลึงกัน การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลเป็นการจำเป็นเพื่อใช้ในการปฏิบัติหน้าที่ตามสัญญา ซึ่งเข้าทำกับคู่ค้าหรือผู้รับเหมาช่วง หรือบุคคลอื่นใดที่มีลักษณะคล้ายคลึงกัน เช่น การสั่งซื้อสินค้าหรือบริการ การตั้งหนี้และชำระราคาสินค้าหรือบริการ และการรับสินค้าหรือบริการ เป็นต้น
    • 5.1.3.วัตถุประสงค์เกี่ยวกับการติดต่อสื่อสารและกิจกรรมทางการตลาด
      วัตถุประสงค์ที่กำหนด ฐานทางกฎหมายในการประมวลผล
      (ก) เพื่อการติดต่อสื่อสารกับท่าน (ลูกค้าหรือผู้รับเหมาช่วง) การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลเป็นการจำเป็นเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของบริษัทฯ ในการติดต่อสื่อสารกับท่าน เกี่ยวกับการให้บริการต่าง ๆ ของบริษัทฯ
      (ข) เพื่อการประชาสัมพันธ์และกิจกรรมทางการตลาดของบริษัทฯ การที่บริษัทฯ จะดำเนินกิจกรรมทางการตลาดใด ๆ อาทิ การส่งข้อความเกี่ยวกับการสื่อสารทางการตลาดให้แก่ท่าน การขอถ่ายภาพนิ่งหรือภาพเคลื่อนไหวของท่านเพื่อนำไปประมวลภาพและประชาสัมพันธ์กิจกรรมการตลาดตามช่องทางสื่อต่าง ๆ บริษัทฯ จะดำเนินการโดยอาศัยความยินยอมที่ได้รับจากท่าน
    • 5.1.4.วัตถุประสงค์เกี่ยวกับการวิเคราะห์ข้อมูลและการพัฒนาคุณภาพสินค้าและบริการของบริษัทฯ
      วัตถุประสงค์ที่กำหนด ฐานทางกฎหมายในการประมวลผล
      (ก) เพื่อการวิเคราะห์ข้อมูลและสำรวจพฤติกรรมของลูกค้า หรือบุคคลอื่นใดที่มีลักษณะคล้ายคลึงกัน การที่บริษัทฯ เป็นฝ่ายเข้าขอสัมภาษณ์และสังเกตพฤติกรรมของลูกค้า เพื่อขอเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล หรือการซื้อข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้ามาจากบุคคลภายนอก เพื่อนำมาวิเคราะห์ข้อมูลและสำรวจพฤติกรรมของลูกค้า บริษัทฯ จะดำเนินการโดยอาศัยความยินยอมที่ได้รับจากลูกค้า หรือบุคคลอื่นใดที่มีลักษณะคล้ายคลึงกัน
    • 5.1.5.วัตถุประสงค์เกี่ยวกับการบริหารจัดการหุ้น หุ้นกู้ และหลักทรัพย์อื่นใดของบริษัทฯ
      วัตถุประสงค์ที่กำหนด ฐานทางกฎหมายในการประมวลผล
      (ก) เพื่อการรวบรวมรายชื่อผู้ถือหุ้นและ/หรือผู้ถือหลักทรัพย์ ทำการตรวจสอบ และดำเนินจัดการต่าง ๆ เกี่ยวกับสิทธิและผลประโยชน์ของผู้ถือหุ้นและ/หรือผู้ถือหลักทรัพย์ การเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ถือหุ้น และ ผู้ถือหลักทรัพย์ เป็นการจำเป็นเพื่อการปฏิบัติตามกฎหมายของบริษัทฯ เพื่อการตรวจสอบและการจ่ายเงินปันผลแก่ผู้ถือหุ้นและหรือผู้ถือหลักทรัพย์ และการจัดมีการประชุมผู้ถือหุ้นและหรือผู้ถือหลักทรัพย์ หรือกิจการอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับผู้ถือหุ้นและหรือผู้ถือหลักทรัพย์ เป็นต้น

      การเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ถือหุ้นและหรือผู้ถือหลักทรัพย์ เป็นการจำเป็นเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของบริษัทฯ เนื่องจากข้อมูลส่วนบุคคลที่เก็บรวบรวมมีความจำเป็นต่อการตรวจสอบและดำเนินจัดการต่างๆ เกี่ยวกับสิทธิและผลประโยชน์ของผู้ถือหุ้นและ/หรือผู้ถือหลักทรัพย์

      การเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ที่ประสงค์จะซื้อหุ้นกู้หรือผู้ถือหุ้นกู้ เป็นการจำเป็นเพื่อการปฏิบัติตามสัญญา หรือการจัดทำสัญญาแต่งตั้งตัวแทนผู้ถือหุ้นกู้ต่อไป
    • 5.1.6.วัตถุประสงค์เกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องหรือใช้บังคับกับบริษัทฯ และการก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย
      วัตถุประสงค์ที่กำหนด ฐานทางกฎหมายในการประมวลผล
      (ก) เพื่อการปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง หรือใช้บังคับกับบริษัทฯ เพื่อการปฏิบัติตามกฎหมายซึ่งบังคับใช้กับบริษัทฯ อาทิ กฎหมายว่าด้วย การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล กฎหมายภาษีอากร กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ กฎหมายว่าด้วยบริษัทมหาชนจำกัด และกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ เป็นต้น
      (ข) เพื่อการก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย และดำเนินการอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลเป็นการจำเป็นเพื่อการก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย การปฏิบัติตามหรือการใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือการยกขึ้นต่อสู้ซึ่งสิทธิเรียกร้องของบริษัทฯ ในขั้นตอนต่าง ๆ ตามกฎหมาย เช่น การสอบสวนและการไต่สวนโดยเจ้าหน้าที่รัฐ การเตรียมคดี การดำเนินคดี และการต่อสู้คดีในชั้นศาล เป็นต้น
    • 5.1.7.วัตถุประสงค์เกี่ยวกับการรักษาความมั่นคงปลอดภัย
      วัตถุประสงค์ที่กำหนด ฐานทางกฎหมายในการประมวลผล
      (ก) เพื่อการตรวจสอบดูแลความสงบเรียบร้อยและรักษาความปลอดภัยของบุคคล และ ทรัพย์สินของบริษัทฯ และของบุคคลทั่วไป การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลเป็นการจำเป็นเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย ในการตรวจสอบดูแลความสงบเรียบร้อยและรักษาความปลอดภัยในทรัพย์สินของบริษัทฯ และของบุคคลทั่วไป เช่น การใช้ภาพบันทึกจากกล้องวงจรปิด (CCTV) เพื่อป้องกันการสูญหาย หรือเสียหายในทรัพย์สินของบริษัทฯ และของบุคคลทั่วไป เป็นต้น

      การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลเป็นการจำเป็นเพื่อประโยชน์ในการตรวจสอบดูแล ป้องกัน หรือระงับเหตุการณ์ใด ๆ ที่อาจเป็นอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของบุคคล
    • 5.1.8.ดำเนินการใด ๆ ที่จำเป็นและเป็นประโยชน์ต่อท่าน และวัตถุประสงค์อื่น ๆ
      วัตถุประสงค์ที่กำหนด ฐานทางกฎหมายในการประมวลผล
      (ก) เพื่อการดำเนินการใด ๆ ที่จำเป็นและเป็นประโยชน์ต่อท่าน หรือเกี่ยวข้องโดยตรงกับวัตถุประสงค์ที่กำหนดใด ๆ ข้างต้น การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลเป็นการจำเป็นเพื่อประโยชน์ชอบด้วยกฎหมายของบริษัทฯ ในการดำเนินการใด ๆ ที่จำเป็นของบริษัทฯ และหรือเป็นประโยชน์ต่อท่าน หรือเกี่ยวข้องโดยตรงกับวัตถุประสงค์ที่กำหนดข้างต้น หากเป็นกรณีที่กฎหมายว่าด้วย การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนดให้การประมวลผลข้อมูล ส่วนบุคคลใดต้องได้รับความยินยอมจากท่าน บริษัทฯ จะขอความยินยอมโดยชัดแจ้งจากท่าน
      (ข) เพื่อวัตถุประสงค์อื่น ๆ ที่บริษัทฯ จะแจ้งให้ท่านทราบ บริษัทฯ จะแจ้งให้ท่านทราบถึงวัตถุประสงค์อื่นใดอันเป็นเหตุให้บริษัทฯ ต้องประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านนอกเหนือไปจากวัตถุประสงค์ที่กำหนดข้างต้น หรือเมื่อบริษัทฯ มีการเปลี่ยนแปลงวัตถุประสงค์เดิมที่กำหนดไว้ หากเป็นกรณีที่กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนดให้การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลใดต้องได้รับความยินยอมจากท่าน บริษัทฯ จะขอความยินยอมโดยชัดแจ้งจากท่าน
  • 5.2.เนื่องจากข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่บริษัทฯ จะดำเนินการประมวลผลเพื่อวัตถุประสงค์ที่กำหนดตามข้อ 5.1 ข้างต้นในส่วนที่มีความเกี่ยวเนื่องกับการปฏิบัติตามกฎหมายหรือสัญญาหรือมีความจำเป็นเพื่อเข้าทำสัญญากับท่าน เป็นข้อมูลที่จำเป็นต่อการบรรลุวัตถุประสงค์ดังกล่าว หากท่านไม่ประสงค์ที่จะให้ข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวแก่บริษัทฯ อาจมีผลกระทบทางกฎหมาย หรืออาจทำให้บริษัทฯ ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ภายใต้สัญญาที่ได้เข้าทำกับท่าน หรือไม่สามารถเข้าทำสัญญากับท่านได้ (แล้วแต่กรณี) ในกรณีดังกล่าว บริษัทฯ อาจมีความจำเป็นต้องปฏิเสธการเข้าทำสัญญากับท่าน หรือยกเลิกการซื้อขายหรือการให้บริการที่เกี่ยวข้องกับท่าน หรือปฏิเสธการให้สวัสดิการหรือสิทธิประโยชน์ที่เกี่ยวข้องกับท่าน ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน
  • 5.3.ในกรณีที่บริษัทฯ จะดำเนินการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านในลักษณะ และหรือเพื่อวัตถุประสงค์ที่ไม่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ที่ระบุไว้ข้างต้น บริษัทฯ จะจัดให้มีนโยบายหรือประกาศเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลเพิ่มเติม และหรือมีหนังสือไปยังท่านเพื่ออธิบายการประมวลผลข้อมูลในลักษณะดังกล่าว โดยท่านควรอ่านนโยบายหรือประกาศเพิ่มเติมที่เกี่ยวข้องร่วมกับประกาศฯ ฉบับนี้ และหรือหนังสือดังกล่าว (แล้วแต่กรณี)

6. การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล

  • 6.1.บริษัทฯ อาจเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ภายใต้วัตถุประสงค์ที่กำหนดและตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด ให้แก่บุคคลและหน่วยงานดังต่อไปนี้
    • 6.1.1.บริษัทในเครือ บริษัท คิงส์เมน ซี.เอ็ม.ที.ไอ. จำกัด (มหาชน) ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ทั้งนี้ ให้หมายความรวมถึงผู้บริหาร กรรมการ พนักงาน ลูกจ้าง และ/หรือบุคลากรภายในของบริษัทดังกล่าวเท่าที่เกี่ยวข้อง และตามความจำเป็นเพื่อการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน
    • 6.1.2.คู่ค้าทางธุรกิจ ผู้ให้บริการ และผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทฯ มอบหมายหรือว่าจ้างให้ทำหน้าที่บริหารจัดการหรือประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลให้แก่บริษัทฯ ในการให้บริการต่าง ๆ เช่น การให้บริการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ บริการบันทึกข้อมูล บริการชำระเงิน บริการรับส่งไปรษณีย์ บริการรับส่งพัสดุ บริการจัดพิมพ์ บริการด้านสุขภาพ บริการประกันภัย บริการการฝึกอบรม บริการวิเคราะห์ข้อมูล บริการทำการวิจัย การทำการตลาด หรือ บริการอื่นใดที่อาจเป็นประโยชน์ต่อท่าน หรือเกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ อาทิ ธนาคารพาณิชย์ โรงพยาบาล บริษัทประกันชีวิต บริษัทประกันวินาศภัย เป็นต้น
    • 6.1.3.ที่ปรึกษาของบริษัทฯ อาทิ ที่ปรึกษากฎหมาย ทนายความ ผู้ตรวจสอบบัญชี นักการตลาดหรือผู้เชี่ยวชาญอื่นใด ทั้งภายในและภายนอกของบริษัทฯ เป็นต้น
    • 6.1.4.หน่วยงานของรัฐที่มีหน้าที่กำกับดูแลตามกฎหมาย หรือที่ร้องขอให้เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยอาศัยอำนาจตามกฎหมาย หรือที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการทางกฎหมาย หรือที่ได้รับอนุญาตตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง อาทิ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า สำนักงานคณะกรรมการหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ตลาดหลักทรัพย์แห่ง ประเทศไทยและบริษัทย่อยของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (เช่น บริษัท ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (ประเทศไทย) จำกัด) สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล สำนักงานคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงานอัยการสูงสุด ศาล และกรมบังคับคดี เป็นต้น
    • 6.1.5.ลูกค้าหรือผู้ว่าจ้าง คู่ค้าหรือผู้รับเหมาช่วง คู่สัญญาของบริษัทฯ ที่ท่านเป็นผู้ติดต่อสื่อสารหรือเกี่ยวข้องกับหน้าที่หรือตำแหน่งของท่าน หรือบุคคลอื่นใดที่มีลักษณะคล้ายคลังกัน
    • 6.1.6.บุคคลหรือหน่วยงานอื่นใดที่ท่านให้ความยินยอมให้เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านต่อบุคคลหรือหน่วยงาน นั้น ๆ อาทิ การเปิดเผยการประมวลภาพกิจกรรมตามช่องทางสื่อต่าง ๆ ของบริษัทฯ ให้แก่ประชาชนทั่วไป เป็นต้น
  • 6.2.การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้กับบุคคลอื่น จะดำเนินการภายใต้วัตถุประสงค์ที่กำหนด หรือวัตถุประสงค์อื่นที่กฎหมายกำหนดให้กระทำได้เท่านั้น ในกรณีที่กฎหมายกำหนดว่าต้องได้รับความยินยอมจากท่าน บริษัทฯ จะขอความยินยอมจากท่านก่อน
  • 6.3.ในการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้กับบุคคลอื่น บริษัทฯ จะจัดให้มีมาตรการที่เหมาะสมเพื่อคุ้มครองข้อมูล ส่วนบุคคลที่ได้เปิดเผยและเพื่อปฏิบัติตามมาตรฐานและหน้าที่การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ตามที่กฎหมายว่าด้วย การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนด ทั้งนี้ ในกรณีที่บริษัทฯ ส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปต่างประเทศ บริษัทฯ จะดำเนินการเพื่อทำให้แน่ใจว่าประเทศปลายทาง องค์การระหว่างประเทศ หรือผู้รับข้อมูลในต่างประเทศนั้น มีมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่เพียงพอหรือเพื่อทำให้แน่ใจว่าการส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปต่างประเทศเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนด โดยในบางกรณี บริษัทฯ อาจขอความยินยอมของท่านสำหรับการส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปยังต่างประเทศดังกล่าว

7. ระยะเวลาเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคล

     บริษัทฯ จะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านตามระยะเวลาที่จำเป็นเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ที่กำหนดในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลนั้นๆ โดยระยะเวลาเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลจะเปลี่ยนแปลงไปโดยขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ที่กำหนดใน การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลนั้นๆ นอกจากนี้ บริษัทฯ จะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลเป็นระยะเวลาตามที่กฎหมายที่เกี่ยวข้องกำหนด (ถ้ามี) โดยคำนึงถึงอายุความตามกฎหมายสำหรับการดำเนินคดีที่อาจเกิดขึ้นจากหรือเกี่ยวข้องกับเอกสารหรือข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทฯ เก็บรวบรวมไว้ในแต่ละรายการ และโดยคำนึงถึงแนวปฏิบัติของบริษัทฯ และของภาคธุรกิจที่เกี่ยวข้องสำหรับข้อมูลส่วนบุคคลแต่ละประเภทเป็นสำคัญ

     ทั้งนี้ บริษัทฯ จะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเป็นระยะเวลาไม่เกิน 10 ปี นับแต่วันที่นิติสัมพันธ์ระหว่างท่านกับบริษัทฯ สิ้นสุดลง อย่างไรก็ดี บริษัทฯ อาจเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเป็นระยะเวลาเกินกว่าระยะเวลาดังกล่าวหากกฎหมายอนุญาตหรือการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวจำเป็นต่อการก่อตั้งสิทธิเรียกร้องทางกฎหมายของบริษัทฯ

     หลังจากครบกำหนดระยะเวลาดังกล่าวข้างต้น บริษัทฯ จะลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าว จากการจัดเก็บหรือระบบของบริษัทฯ และของบุคคลอื่นซึ่งให้บริการแก่บริษัทฯ (ถ้ามี) หรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวท่านได้ เว้นแต่จะเป็นกรณีที่บริษัทฯ สามารถเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวได้ต่อไปตามที่กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลหรือกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องกำหนด ทั้งนี้ สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับระยะเวลาเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ท่านสามารถติดต่อมายังบริษัทฯ ตามรายละเอียดการติดต่อที่ระบุไว้ในข้อ 10 ของประกาศฯ ฉบับนี้

8. สิทธิต่าง ๆ ของท่านเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคล

     ในฐานะเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ท่านมีสิทธิต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลส่วนบุคคลของท่านดังต่อไปนี้ ภายใต้หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ทั้งนี้ หากท่านประสงค์ที่จะขอใช้สิทธิของท่าน ท่านสามารถติดต่อมายังบริษัทฯ ตามรายละเอียดการติดต่อในข้อ 10 ของประกาศฯ ฉบับนี้

  • 8.1. สิทธิในการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคล ท่านมีสิทธิในการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของท่านและขอให้บริษัทฯ ทำสำเนาข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวให้แก่ท่าน รวมถึงขอให้บริษัทฯ เปิดเผยซึ่งการได้มาซึ่งข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่บริษัทฯ ได้เก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยโดยไม่จำต้องขอความยินยอมจากท่าน ทั้งนี้ ตามที่กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนด
  • 8.2. ท่านมีสิทธิที่จะขอรับข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับท่าน ในกรณีที่ข้อมูลส่วนบุคคลนั้นอยู่ในรูปแบบที่สามารถอ่านหรือใช้งานได้ด้วยเครื่องมือหรืออุปกรณ์ที่ทำงานได้โดยอัตโนมัติและสามารถใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลได้ด้วยวิธีการอัตโนมัติ รวมถึงมีสิทธิขอให้ส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลในรูปแบบดังกล่าวของท่านไปยังผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลรายอื่น หรือตัวท่านเอง เว้นแต่โดยสภาพไม่สามารถทำได้ ทั้งนี้ ตามที่กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนด
  • 8.3. สิทธิในการคัดค้านการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล ท่านมีสิทธิขอคัดค้านการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านได้ในกรณีที่กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนด
  • 8.4. สิทธิในการลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคล ท่านอาจขอให้บริษัทฯ ลบ ทำลายหรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวบุคคลได้ในกรณีที่กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนด
  • 8.5. สิทธิในการระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคล ท่านมีสิทธิขอให้บริษัทฯ ระงับการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านในกรณีที่กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนด
  • 8.6. สิทธิในการแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลให้ถูกต้อง ท่านมีสิทธิขอแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้ถูกต้อง หากข้อมูลส่วนบุคคลของท่านนั้นไม่ถูกต้อง ไม่เป็นปัจจุบัน ไม่ครบถ้วนสมบูรณ์ หรือก่อให้เกิดความเข้าใจผิด
  • 8.7. สิทธิที่จะเพิกถอนความยินยอม ในกรณีที่บริษัทฯ อาศัยความยินยอมของท่านในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลฯ ของท่าน ท่านมีสิทธิในการเพิกถอนความยินยอมในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่ท่านได้ให้ความยินยอมกับบริษัทฯ ได้
  • 8.8. สิทธิในการยื่นข้อร้องเรียน หากท่านมีความกังวลหรือมีข้อสงสัยเกี่ยวกับแนวทางการปฏิบัติของบริษัทฯ เกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน โปรดติดต่อบริษัทฯ โดยใช้รายละเอียดการติดต่อตามข้อ 10 ของประกาศฯ ฉบับนี้ ทั้งนี้ ในกรณีที่มีเหตุให้เชื่อได้ว่าบริษัทฯ ได้ทำการฝ่าฝืนกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ท่านมีสิทธิยื่นข้อร้องเรียนต่อคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับการแต่งตั้งโดยคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลตามระเบียบและวิธีการตามที่กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนด

     ทั้งนี้ บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิในการพิจารณาคำร้องขอใช้สิทธิของท่านและดำเนินการตามที่กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนด

9. การใช้ข้อมูลส่วนบุคคลตามวัตถุประสงค์เดิม

     บริษัทฯ มีสิทธิในการเก็บรวบรวมและใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่บริษัทฯ ได้เก็บรวบรวมไว้ก่อนวันที่พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการเก็บรวบรวม การใช้ และการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล มีผลใช้บังคับต่อไปได้ตามวัตถุประสงค์เดิม หากท่านไม่ประสงค์ที่จะให้บริษัทฯ เก็บรวมรวมและใช้ข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวต่อไป ท่านสามารถแจ้งบริษัทฯ เพื่อขอถอนความยินยอมของท่านเมื่อใดก็ได้

10. วิธีการติดต่อบริษัทฯ

     ในกรณีที่ท่านมีข้อสงสัยใด ๆ หรือต้องการใช้สิทธิของท่านตามที่ กำหนดไว้ในประกาศฯ นี้ ท่านสามารถติดต่อบริษัทฯ ผ่านช่องทาง ดังนี้:

     บริษัท คิงส์เมน ซี.เอ็ม.ที.ไอ. จำกัด (มหาชน)

     เว็บไซต์: www.kingsmen-cmti.com

     สถานที่ติดต่อ: 9/19 หมู่ที่ 7 ถนนลำลูกกา เลียบคลอง 6 ตำบลลาดสวาย อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี

     เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Data Protection Officer)

     อีเมล: wongsakorn@kingsmen-cmti.com

     สถานที่ติดต่อ: 9/19 หมู่ที่ 7 ถนนลำลูกกา เลียบคลอง 6 ตำบลลาดสวาย อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี

11. การเปลี่ยนแปลงประกาศฯ ฉบับนี้

     บริษัทฯ อาจทำการเปลี่ยนแปลงประกาศฯ ฉบับนี้เป็นครั้งคราว เพื่อให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงใด ๆ ที่เกี่ยวกับการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน และตามที่กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลหรือกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องกำหนด โดยบริษัทฯ จะแจ้งให้ท่านทราบถึงการแก้ไขเปลี่ยนแปลงประกาศฯ ที่สำคัญใด ๆ พร้อมกับประกาศฯ ฉบับปรับปรุง ผ่านช่องทางที่เหมาะสม ทั้งนี้ บริษัทฯ ขอแนะนำให้ท่านตรวจสอบการเปลี่ยนแปลงประกาศฯ ฉบับนี้เป็นระยะๆ

ประกาศฯ ณ วันที่ 17 กันยายน 2564